ตู้เชื่อม

ตู้เชื่อมกินไฟไหม? คำนวณค่าไฟก่อนซื้อ

ตู้เชื่อมกินไฟไหม? คำนวณค่าไฟก่อนซื้อ

ก่อนซื้อตู้เชื่อม หลายคนมักเปรียบเทียบราคา กำลังเครื่อง หรือจำนวนแอมป์ แต่กลับลืมคำนวณค่าไฟที่จะเกิดขึ้นหลังใช้งานจริง โดยเฉพาะร้านที่ต้องเชื่อมทุกวันหรือโรงงานที่มีเครื่องหลายตัว เพราะค่าไฟเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ความจริงแล้ว ตู้เชื่อมไม่ได้กินไฟเท่ากันทุกเครื่อง แม้จะมีจำนวนแอมป์ใกล้เคียงกันก็ตาม การใช้ไฟขึ้นอยู่กับกำลังไฟของเครื่อง กระแสที่ตั้งไว้ ระยะเวลาที่เชื่อมจริง และประสิทธิภาพของเครื่องในแต่ละรุ่น ดังนั้นการเลือกเครื่องให้เหมาะกับงาน จึงช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเลือกเครื่องที่มีกำลังสูงไว้ก่อน

ตู้เชื่อมกินไฟมากไหม

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน หากใช้เครื่องเชื่อมวันละไม่กี่นาทีเพื่อซ่อมงานทั่วไป ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นอาจไม่มากนัก แต่หากเป็นอู่หรือโรงงานที่เชื่อมต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน ต้นทุนด้านพลังงานจะเริ่มมีผลต่อค่าใช้จ่ายรวมของธุรกิจ อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ จำนวนแอมป์บนหน้าปัดเครื่องไม่ใช่ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ตลอดเวลา เพราะเครื่องจะดึงกำลังไฟตามภาระงานจริง และยังมีช่วงที่หยุดเดินแนว เปลี่ยนชิ้นงาน หรือพักเครื่องตาม Duty Cycle จึงไม่สามารถนำตัวเลขแอมป์ไปคำนวณค่าไฟตรง ๆ ได้

คำนวณค่าไฟเบื้องต้นอย่างไร

การคำนวณค่าไฟสามารถประเมินได้จากกำลังไฟฟ้า (กิโลวัตต์) ระยะเวลาที่ใช้งาน และอัตราค่าไฟต่อหน่วย

สูตรเบื้องต้น: ค่าไฟ = กำลังไฟ (kW) × ชั่วโมงใช้งาน × ค่าไฟต่อหน่วย

ตัวอย่างเช่น หากเครื่องใช้กำลังไฟเฉลี่ย 3 กิโลวัตต์ เชื่อมวันละ 2 ชั่วโมง และคิดค่าไฟเฉลี่ย 4.5 บาทต่อหน่วย

  • 3 × 2 = 6 หน่วยต่อวัน
  • 6 × 4.5 = ประมาณ 27 บาทต่อวัน

ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น เพราะกำลังไฟจริงของเครื่องจะเปลี่ยนตามกระแสที่ตั้งและลักษณะการเชื่อมในแต่ละช่วง

ปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟไม่เท่ากัน

แม้จะใช้ตู้เชื่อมรุ่นเดียวกัน ค่าไฟก็อาจต่างกันได้ เพราะการใช้พลังงานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน

ปัจจัยมีผลต่อค่าไฟอย่างไร
กระแสที่ตั้งกระแสสูงมักใช้พลังงานมากขึ้น
ระยะเวลาเชื่อมเชื่อมนาน ต้นทุนไฟสูงขึ้น
ชนิดของเครื่องMMA, MIG และ TIG มีลักษณะการใช้พลังงานต่างกัน
Duty Cycleเครื่องไม่ได้ดึงกำลังสูงสุดตลอดเวลา
ประสิทธิภาพเครื่องเครื่องรุ่นใหม่มักจัดการพลังงานได้ดีกว่าเครื่องรุ่นเก่า

ดังนั้น การดูเพียงกำลังสูงสุดของเครื่องจึงยังไม่เพียงพอ ควรดูควบคู่กับรูปแบบการใช้งานจริงเสมอ

MMA, MIG และ TIG ใช้ไฟต่างกันหรือไม่

ทั้งสามระบบใช้ไฟแตกต่างกันตามหลักการทำงานและลักษณะของงานที่ทำ เครื่อง MMA มักใช้กับงานซ่อมและงานภาคสนาม จึงมีช่วงเวลาที่เชื่อมต่อเนื่องไม่นานนัก ขณะที่ MIG ถูกออกแบบมาสำหรับงานผลิต ทำให้มีการเดินแนวเชื่อมต่อเนื่องและใช้กำลังไฟเฉลี่ยสูงกว่าในหลายกรณี

ส่วน TIG มักใช้กับงานที่ต้องการความละเอียด เช่น งานสเตนเลสหรืองานท่อ แม้อาจใช้เวลาต่อชิ้นมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินไฟมากที่สุดเสมอ เพราะยังขึ้นอยู่กับความหนาของวัสดุ กระแสที่ใช้ และเวลาที่เดินอาร์กจริง จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า MIG, TIG หรือ MMA กินไฟมากกว่ากันทุกสถานการณ์ แต่ควรพิจารณาจากลักษณะงานที่ทำเป็นหลัก

เลือกเครื่องใหญ่เกินจำเป็น ทำให้เปลืองไฟไหม

หลายคนคิดว่าซื้อเครื่องกำลังสูงไว้ก่อนจะคุ้มกว่า เพราะรองรับงานได้ทุกแบบ แต่หากงานส่วนใหญ่เป็นการเชื่อมเหล็กบางหรือซ่อมทั่วไป เครื่องขนาดใหญ่ก็อาจกลายเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็น ทั้งด้านราคาซื้อ ระบบไฟ และอุปกรณ์ประกอบ ในทางกลับกัน การเลือกเครื่องเล็กเกินไปก็อาจทำให้ต้องเร่งกระแสตลอดเวลา เครื่องพักบ่อย และเสียเวลาทำงานมากขึ้น ดังนั้นแนวทางที่คุ้มที่สุดคือเลือกกำลังเครื่องให้เหมาะกับงานที่ทำเป็นประจำ แล้วเผื่อกำลังไว้ในระดับที่สมเหตุสมผล

ก่อนซื้อ ควรดูอะไรนอกจากค่าไฟ

ค่าไฟเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของการใช้งาน ต้นทุนจริงยังรวมถึงลวดเชื่อม แก๊ส อะไหล่สิ้นเปลือง ค่าบำรุงรักษา และเวลาที่เสียไปเมื่อเครื่องหยุดทำงาน ผู้ที่กำลังมองหา ตู้เชื่อม สามารถเปรียบเทียบรุ่นต่าง ๆ ของ Kovet ได้จากหมวด Welding & Cutting Machines ซึ่งมีทั้งระบบ MMA, TIG และ MIG/MAG เพื่อเลือกให้เหมาะกับประเภทงาน ระบบไฟ และงบประมาณ ก่อนนำรายละเอียดของแต่ละรุ่นมาเปรียบเทียบเพิ่มเติม

เลือกเครื่องให้เหมาะกับงาน คุ้มกว่าประหยัดค่าไฟอย่างเดียว

การเลือกรุ่นที่ใช้ไฟน้อยที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะมีต้นทุนรวมต่ำที่สุดเสมอ หากเครื่องทำงานช้า พักบ่อย หรือไม่รองรับงานที่ทำจริง ต้นทุนด้านเวลาและประสิทธิภาพอาจสูงกว่าค่าไฟที่ประหยัดได้

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาทั้งระบบไฟที่มีอยู่ กำลังเครื่อง ลักษณะงาน และชั่วโมงการใช้งานต่อวันควบคู่กัน การเลือกเครื่องที่เหมาะกับงานตั้งแต่แรก จะช่วยให้ควบคุมทั้งค่าไฟและต้นทุนการใช้งานระยะยาวได้ดีกว่าการเลือกจากตัวเลขกำลังไฟหรือราคาของเครื่องเพียงอย่างเดียว